Sunday, July 21, 2013

ผู้บริหารปตท.บางรายทำราคาน้ำมันขึ้น??


วันอาทิตย์ที่ 21 กรกฎาคมนี้ เราได้เข้าร่วมการชุมนุมของกลุ่มหน้ากากขาวที่เซ็นทรัลเวิร์ล และแจกใบปลิวเพื่อย้ำถึงความไม่ชอบมาพากลของข้อตกลงระหว่างปตท.และบริษัทสวิส Mercuria ใบปลิวได้ลงรูปของบุคคลที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นแรงขับเคลื่อนหลักเพื่อผลักดันข้อตกลงนี้ในปตท. บุคคลนั้นคือนายดำรงค์ ปิ่นภูวดล

เราจะผลักดันเรื่องนี้เพื่ออยากให้ประชาชนหันมาสนใจเรื่องราคาน้ำมันที่สูงขึ้น รวมถึงข้อตกลงที่น่าสงสัยของปตท.ที่จะทำกับบริษัทที่มีหนี้มหาศาลอย่าง Mercuria การผูกขาดจากข้อตกลงนี้อาจจะส่งผลทำให้ราคาน้ำมันเพิ่มสูงขึ้น การผูกขาดนี้ได้เริ่มขึ้นแล้ว และเมื่อไม่นานมานี้ได้ส่งผลทำให้ราคาน้ำมันเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก และจะนำไปสู่ภาวะข้าวยากหมากแพงในประเทศไทย
 เราขอเรียกร้องให้รัฐบาลสอบสวนข้อตกลงระหว่างปตท.และบริษัท Mercuria อย่างจริงจัง และสอบสวนนายดำรงค์ เพื่อยับยั้งไม่ให้คนไทยต้องตกเป็นเหยื่อของการผูกขาดที่สร้างผลกำไรให้กับคนกลุ่มหนึ่งในสังคมเท่านั้น 
ช่วยกันสนับสนุนแคมเปญเราด้วยการคลิ๊ก LIKE และแชร์เฟคบุ๊คของเราด้วยค่ะ 

Wednesday, July 10, 2013

ราคาน้ำมันขึ้นอีกวันนี้ และหากปตท.ซื้อหนี้Mercuria คนไทยคนหนึ่งอาจต้องใช้เวลา 32,000 ปีเพื่อจ่ายหนี้


ในขณะที่ราคาน้ำมันขึ้นสูงขึ้นอย่างมากอีกครั้งในประเทศไทย ราคาใหม่ของน้ำมันเบนซิล 95 คือ 47.45บาทต่อลิตร ซึ่งราคาเกือบจะเท่ากับราคาน้ำมันที่ประเทศในยุโรป เราจึงต้องมองเรื่องข้อตกลงของปตท.และบริษัท Mercuria อย่างถี่ถ้วน
มีรายงานว่า บริษัท Mercuria มีหนี้สิน 42 พันล้านบาท ซึ่งเป็นจำนวนมหาศาลและเท่ากับเงินงบประมาณสาธารณสุขไทย 5 เดือน หรือหมายความว่าคนไทยคนหนึ่งต้องทำงานในค่าจ้าง 300 บาทต่อวันเป็นเวลา 32,000 ปีเพื่อชดใช้หนี้นี้

ก่อนที่ปตท.กำลังจะซื้อหนี้ของบริษัท Mercuria ซึ่งเป็นหนี้ที่เกิดขึ้นจากการทำธุรกิจแบบคอรัปชั่นของบริษัทสัญชาติสวิสในประเทศไนจีเรีย ปตท.ได้ใช้ความพยายามมากแค่ไหนในการรับรองว่าบริษัท Mercuriaจะได้รับการจ่ายคืนหนี้จากไนจีเรีย?
ตามที่เรากล่าวก่อนหน้านี้ในบทความเรื่องหนี้สินของบริษัท Mercuria ซึ่งเป็นหนี้สินที่ไม่ได้รับการรับรองจากเจ้าหน้าที่รัฐไนจีเรีย เพราะบริษัท Mercuria ถูกมองว่าไม่ได้ทำสัญญาอย่างสมบูรณ์กับไนจีเรีย นอกจากนี้ยังมีประเด็นทางกฎหมายที่บริษัท Mercuria เคยถูกฟ้องร้องในอดีตที่ไนจีเรีย และมันอาจจะเป็นว่าปตท.และคนไทยอาจจะไม่ได้เงินคืนหากมีการเซ็นสัญญาลงทุนนี้
ดังนั้นหากข้อตกลงซื้อหุ้นบริษัท Mercuria ของปตท.เกิดขึ้น บริษัท Mercuria จะเข้ามาผูกขาดปตท.อย่างช้าๆ ในการนำเข้าน้ำมันดิบ และการส่งออกสินค้าที่ได้จากน้ำมันดิบ
ตามที่เราเตือนไปก่อนหน้านี้ว่า ข้อตกลงนี้จะทำให้ราคาน้ำมันสูงขึ้น ซึ่เงป็นสิ่งที่คนไทยก็เห็นกันอยู่แล้วในปัจจุบัน
เราขอเรียกร้องให้คนไทยทุกคนประท้วงต่อต้านข้อตกลงระหว่างปตท.และบริษัท Mercuria เพื่อหยุดการคอรัปชั่นหนึ่งในทรัพยากรที่สำคัญของชาติ
ช่วยกันยับยั้งกลุ่มมาเฟีย Mercuria เพื่อหยุดการคอรัปชั่น

Thursday, July 4, 2013

ทำไมปตท.ถึงต้องการซื้อหนี้บริษัท Mercuria ซึ่งมีประวัติการคอร์รัปชั่น


ตามที่เราระบุไปก่อนหน้านี้ว่าปตท.ใกล้ที่จะตอบรับข้อตกลงทำสัญญากับบริษัทผู้ค้าน้ำที่เกือบล้มละลาย Mercuria ซึ่งมีหนี้สินกว่า 40 ล้านบาท โดยข้อตกลงนี้เกี่ยวข้องกับการที่ปตท.จะใช้ภาษีประชาชนไทยซื้อหนี้ก้อนโตและยังให้บริษัท Mercuria เข้ามาผูกขาดการนำเข้า/ส่งออกสินค้าน้ำมัน อันจะส่งผลทำให้คนไทยทั่วไปต้องบริโภคน้ำมันในราคาที่แพงขึ้น
การทำความเข้าใจว่าบริษัท Mercuria ทำงานโดยวิธีการที่ไม่สุจริตอย่างไร เรามาอ่านเรื่องราวการทำธุรกิจของบริษัทนี้ในไนจีเรีย


ปัจจุบัน หนึ่งใน “ผู้สนับสนุน” หลักของบริษัท Mercuria ในไนจีเรียคือนาย Laoye Abiola บุตรชายของผู้บังคับบัญชาการ Moshood Abiola กับหนึ่งในภรรยาของเขาหลายคน นาย Laoye พัวพันกับการทุจริตในธุรกิจน้ำมันอันอื้อฉาวของไนจีเรียตั้งแต่ปี 2545 เขาได้รับผลประโยชน์ส่วนตัวจากการทุจริตนี้ โดยมีการสืบทราบมาว่านาย Laoye มีอสังหาริมทรัพย์มูลค่ามหาศาลในอังกฤษ
ตอนนี้ลูกจ้างบริษัท Mercuria นาย Laoye ใช้เวลาส่วนใหญ่ในเจนีวา ที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของบริษัท Mercuria แต่กระนั้นเขายังคงจับตามองธุรกิจของเขาที่บ้านเกิดในไนจีเรียอย่างใกล้ชิด มีการสันนิษฐานว่าความสัมพันธ์ของนาย Laoye และบริษัท Mercuria เริ่มต้นขึ้นในปี 2550  เมื่อการทำธุรกิจค้าขายน้ำมันส่วนตัวของนาย Laoye เริ่มมีการเชื่อมต่อกันระหว่างผลประโยชน์ของบริษัท Mercuria และไนจีเรีย
นับแต่นั้นเป็นต้นมา บริษัท Mercuria เข้าไปเกี่ยวพันและถูกสอบสวนกรณีเรื่องการทำสัญญาที่ไม่ชอบมาพากลหลายครั้ง ซึ่ง “คณะกรรมการคดีอาญาทางเศรษฐกิจและการเงิน” (EFCC) ของไนจีเรียได้ให้ความสนใจ ประเด็นที่น่าจับตามมองในหลายข้อกล่าวหานี้คือการปลอมแปลงเอกสาร “ใบตราส่งสินค้า” (Bills of Lading) กรณีระหว่างบริษัท Mercuria และบริษัทน้ำเข้าสินค้าไนจีเรีย Oanda โดยบริษัท Oanda ถูกระงับมิให้ทำการค้าในไนจีเรียเมื่อพบว่าคาร์โก้สินค้าน้ำมันที่เขาซื้อมาจากบริษัท Mercuria นั้นมีปริมาณเอทานอลที่สูงเกินกำหนด (ทำให้คุณภาพของน้ำมันต่ำลงและเพิ่มกำไรให้บริษัทผู้ค้า) บริษัท Oanda กล่าวโทษบริษัท Mercuria ว่าทำผิดสัญญา
ชัดเจนว่าความสัมพันธ์ทางธุรกิจระหว่างบริษัท Mercuria และไนจีเรีย เป็นเรื่องที่เราต้องตั้งคำถาม เนื่องจากการทำธุรกิจของพวกเขามีความน่าเคลือบแคลงอย่างมากในกรณีทุจริตคอร์รัปชั่น
ไม่เพียงแต่ประชาชนไทยเท่านั้นที่ต้องจ่ายค่าหนี้สินของบริษัท Mercuria แต่พวกเขายังต้องเข้าไปแบกรับข้อกล่าวหาเรื่องคอร์รัปชั่นของบริษัท Mercuria อีกด้วย
ข้อตกลงระหว่างบริษัท Mercuria และปตท.ต้องได้รับการตรวจสอบจากรัฐบาล และเราขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์เริ่มดำเนินการสอบสวนเรื่องนี้ทันที

Wednesday, July 3, 2013

หากรัฐบาลจริงจังกับการต่อต้านคอร์รัปชั่น รัฐบาลต้องสอบสวนข้อตกลงปตท.และ Mercuria


ในขณะที่มีข่าวลือว่าจะมีการผ่านข้อตกลงระหว่างปตท.และบริษัท Mercuria ในเร็วๆนี้ ประจวบเหมาะกับที่ผู้บริหารปตท. อย่างนายดำรงค์ ปิ่นภูวดลอยู่ๆก็มีรถหรูขับ และเมื่อไม่นานมานี้ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ประกาศเจตนารมณ์ของรัฐบาลในการ​ “ต่อต้านคอร์รัปชั่น”



เบื้องหลังที่ลึกกว่านั้นเกี่ยวกับเรื่องธุรกิจและหนี้ของบริษัท Mercuria ในไจจีเรีย คือบริษัท Mercuria มีความใกล้ชิดอย่างมากกับบุคคุลที่ถูกสอบสวนโดยเจ้าหน้าที่ไนจีเรีย และมีหนี้กว่า 1.4 พันบาท หรือราว 42 พันล้านบาท

ดังนั้นจึงยังมีคำถามอยู่ว่า เหตุใดปตท.ถึงต้องการซื้อหนี้ก้อนโตนี้โดยใช้เงินคนไทย? ทำไมถึงไม่มีการตรวจสอบตามระบอบประชาธิปไตยในกรณีข้อตกลงปตท.ที่มากกว่านี้? ทำไมนักการเมืองไทยถึงทำเหมือนว่าปตท.คือที่พิมพ์ธนบัตรเพื่อผลประโยชน์ตนเองในขณะที่น้ำมันมีราคาแพงขึ้นและเกิดภาวะเงินเฟ้อส่งผลให้คนไทยทั่วไปเดือดร้อน?

หากนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์จริงจังกับการต่อต้านคอร์รัปชั่นจริง เราขอยืนกรานให้ยิ่งลักษณ์ตรวจสอบพฤติกรรมของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังปัจจุบัน นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล และบทบาทของเขาในการการันตรีข้อตกลงที่แย่ต่อธุรกิจของปตท.และผลประโยชน์ของคนไทย

คำถามต่อมาคือนายพงษ์ศักดิ์ได้รับเงินจากบริษัท Mercuria เพื่อการันตรีว่าข้อตกลงกับปตท.จะไม่มีปัญหาใช่หรือไม่? คำถามนี้ควรถูกตั้งเป็นประเด็น เพราะว่าข้อตกลงนี้จะส่งผลเสียต่อปตท.และคนไทย เราร้องขอให้มีการสอบสวนนายพงษ์ศักดิ์ นายดำรงค์ และตัวแทนของบริษัท Mercuria และนาย Starry Loo อย่างทันที รวมถึงธนาคารเพื่อการลงทุนสวิสก็สมควรถูกสอบสวนในฐานะที่ช่วยจัดเตรียมข้อตกลงระหว่างปตท.และบริษัท Mercuria ด้วย

มีเหตุผลใดที่คนไทยต้องจะเสียเงินให้กับการคอร์รัปชั่นครั้งนี้? ทำไมเราถึงต้องยอมให้บริษัท Mercuria เข้ามาผูกขาดปตท.?

เราต้องทำการสอบสวนเรื่องนี้เดี๋ยวนี้! เราร้องขอให้คนไทยที่กังวลเรื่องนี้ ส่งข้อความไปยังเวปไซต์ต่อต้านคอร์รัปชั่นของรัฐบาลตามลิงค์นี้ http://www.stopcorruption.go.th/

Sunday, June 30, 2013

บริษัท Mercuria กำลังมองหาผู้ลงทุน


แปลจากนิตยสาร Africa Energy Intelligence  ฉบับที่ 699 วันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

บริษัทผู้ค้าสัญชาติสวิส ซึ่งมีที่มั่นในแอฟฟริกากำลังมองหาผู้ลงทุนใหม่ หนึ่งในบริษัทที่พวกเขาสนใจคือปตท.

ธนาคารเครดิตสวิสได้เลือกชื่อ “Magenta” (สีม่วงแดง) เพื่อวัตถุประสงค์ในโครงการขายหุ้น 20% ของกลุ่มพลังงาน Mercuria ให้กับกลุ่มผู้ลงทุน บริษัทผู้ค้าซึ่งทำงานด้านการสำรวจและการผลิตน้ำมัน และโดยเฉพาะในประเทศ Equatorial Guinea บริหารโดยผู้ก่อตั้งสองคนคือนาย Marco Dunand และนาย Daniel Jaeggi รวมถึงกลุ่มผู้บริหาร 150 คน


ในเดือนที่ผ่านมานี้ นาย Marco Superina และนาย Thomas Gottstein นายธนาคารจากธนาคารเครดิตสวิสซึ่งเข้ามาดำเนินการทำสัญญาให้กับบริษัท Mercuria ได้ทาบทามองค์กรและกองทุนรัฐบาลหลายแห่ง พวกเขามองหากลุ่มผู้ลงทุนในเอเชียเป็นพิเศษ เนื่องจากเอเชียซึ่งกลายมาเป็นตลาดชั้นนำสำหรับผู้ค้าน้ำมันดิบในแอฟฟริกา

ตามแหล่งข่าวของเราระบุว่า ปตท.ระหว่างประเทศ หน่วยงานด้านการลงทุนของบริษัทน้ำมันซึ่งบริหารโดยรัฐบาลไทย คือหนึ่งในผู้ลงทุนที่มีศักยภาพ แต่การทาบทามของธนาคารเครดิตสวิสต่อปตท.ก่อให้เกิดความตึงเครียดในปตท.เอง และโดยเฉพาะในแผนกการค้า เนื่องจากพวกเขารู้สึกกังขาในการซื้อขายดังกล่าว เพราะพวกเขาเชื่อว่าบริษัท Mercuria มีหนี้มหาศาลกับบริษัท Popelines&Products Marketing Co (PPMC) ซึ่งเป็นนายหน้าส่งออกสินค้าน้ำมันในไนจีเรีย แต่บางคนในปตท. รวมถึงรองประธานกรรมการ อย่างนายดำรงค์ ดูเหมือนจะเห็นด้วยกับการลงทุนนี้

นอกจากนี้ นาย Han Jin ผู้อำนวยการบริษัท Mercuria ในภาคพื้นเอเชียแปซิฟิค และนาย Starry Loo ซึ่งเป็นตัวแทนบริษัท Mercuria ในประเทศไทยยังพยายามสนับสนุนการลงทุนของปตท.อย่างแข็งขัน