Wednesday, June 19, 2013

ราคาน้ำมันเพิ่มสูงขึ้น - แต่เพราะเหตุใด?



วันนี้ ( 19 มิถุนายน พ.ศ. 2555) มีการประกาศว่าราคาน้ำมันจะเพิ่มสูงขึ้น 40-60 สตางค์ต่อลิตร แต่ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น? แน่นอนว่าราคาน้ำมันดิบต่อบาเรลในวันนี้ถูกกว่ากว่าในเดือนมีนาคม ปี 2555 และรวมถึงใน 9 เดือนที่ผ่านมาด้วย เราต้องมาตั้งคำถามกันว่าทำไมราคาน้ำมันถึงได้เพิ่มสูงขึ้น

จากบทความที่แล้ว ที่เราเขียนถึงบริษัทขายน้ำมัน Mercuria และหนี้สินมหาศาลจำนวนราว 40 พันล้านบาท (1.35 พันล้านดอลล่าสหรัฐ) กำลังวางแผนที่จะขายหนี้สินนี้ให้กับปตท. การซื้อหนี้สินนี้ปตท.แบกรับภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้นอย่างชัดเจน แต่ปัญหาที่แท้จริงคือแม้ก่อนที่จะมีการเซ็นสัญญาข้อเสนอดังกล่าวกับ Mercuria  ได้มีการผูกขาดการจัดหาสิ้นค้าของของบริษัท Mercuria กับปตท. เกิดขึ้นแล้ว และการผูกขาดการจัดหาสินค้านี้เองจะมักจะทำให้น้ำมันมาราคาแพงขึ้น พนักงานในปตท.ได้ระบุว่าบริษัทที่รัฐเป็นเจ้าของอย่าง ปตท. คือบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน ซึ่งเป็นสิ่งที่คนไทยควรจะภูมิใจ แต่คนไทยกลับต้องจ่ายราคาค่าน้ำมันดิบซึ่งจัดหาโดยบริษัท Mercuria ในราคาที่แพงกว่าราคาท้องตลาด เราต้องตั้งคำถามว่าเพราะเหตุนี้ใช่หรือไม่ที่คนไทยทั่วไปต้องมาแบกรับราคาค่าน้ำมันที่เพิ่มขึ้น?




ดังนั้นเหตุใดบริษัทไทยที่มีขนาดใหญ่ที่สุดอย่าง ปตท. ต้องซื้อหุ้นและหนี้สินในบริษัท Mercuria? ทำไมปตท.ถึงต้องช่วย บริษัท Mercuria ให้เข้ามาเป็นผู้จัดหาน้ำมันดิบซึ่งจะทำให้คนไทยทั่วไปต้องแบกภาระราคาค่าน้ำมันอย่างมากมาย?

คนในปตท.เองได้ระบุว่าสมาชิกผู้บริหารระดับสูงได้รับรถหรูปอร์เช่ราคา 10 ล้านเป็นค่าสินน้ำใจเพื่อการันตีข้อเสนอของบริษัท Mercuria ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล

น้ำมันจำนวน 800,000 บาเรลส์ต่อวันซึ่งส่งเข้ามายังประเทศไทยสามารถสร้างกำไรมหาศาลให้กับบริษัท Mercuria ได้ การมีคนเข้ามาจ่ายหนี้ให้และแถมยังได้เป็นผู้ผูกขาดจัดหาน้ำมันดิบให้บริษัทที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียนคือรางวัลที่คุ้มต่อการจ่ายค่าสินน้ำใจ และซื้อรถหรูปอร์เช่ใหม่ไม่กี่คันให้ผู้บริหารปตท.

เราจะค้นหาข้อมูลเรื่องนี้ต่อไป และขอให้ทุกท่านที่ต้องการขจัดคอรัปชั่นให้สิ้นไปจากประเทศไทยแชร์บทความนี้

Tuesday, June 18, 2013

ใครอยู่เบื้องหลังการขายปตท.ให้บริษัทต่างชาติ?

แปลบางส่วนจากนิตสารInternational Oil Daily ฉบับวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2555
บริษัทปตท. ซึ่งเป็นบริษัทน้ำมันแห่งชาติของไทยกำลังดำเนินการเจรจากับบริษัท Mercuria เกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะซื้อหุ้นของบริษัทผู้ค้าชาวสวิสราว 10% ถึง 20% ในราคา 300-600 ล้านดอลล่าสหรัฐ แหล่งข่าวจากกรุงเทพฯเล่าให้นิตรสารในเครือข่ายของ วารสาร International Oil Daily (IOD) อย่าง El Finance (ELF ฉบับวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2555) ฟัง  อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวในบริษัท Mercuria ยังไม่ได้ยืนยันเรื่องนี้ โดยยืนกรานว่าการประกวดหาตัวผู้เหมาะสมอย่างเป็นทางการซึ่งดำเนินการโดยธนาคารเพื่อการลงทุนเครดิตสวิสยังอยู่ในระยะเวลาเริ่มแรก



บริษัท Mercuria ซึ่งมีอัตราการซื้อขาย 98 ล้านดอลล่าสหรัฐเมื่อปีที่แล้ว คือหนึ่งในผู้ค้าพลังงานที่ใหญ่ติดหนึ่งในห้าอันดับของโลก อย่างไรก็ตามบริษัทยังต้องการเงินทุนและแบบแผนธุรกิจใหม่เพื่อความอยู่รอดในบรรยากาศการค้าขายที่มีความยากลำบากมากขึ้น ซึ่งบริษัทอย่าง Glencore, Vitol, Trafigura และ Gunvor ก็ยังต้องต่อสู้ดิ้นรนกับความท้าทายดังกล่าวด้วย (IOD 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2554).
นอกจากนี้ บริษัท Mercuriaยังต่อสู้กับปัญหาที่ไม่ธรรมดาอย่างเรื่องหนี้เสียก้อนโตที่ค้างชำระให้กับบริษัท Nigerian National Petroleum Corp (NNPC) ในประเทศไนจีเรีย ซึ่งได้ส่งสินค้าน้ำมันให้บริษัท Mercuria โดยใช้เครดิตระยะสั้นตั้งแต่ปี 2553 (IOD 5 ธันวาคม พ.ศ. 2554) บริษัท Mercuria เป็นเจ้าหนี้ของ NNPC มากว่าเจ้าหน้ารายอื่นๆของ NNPC
มีรายงานว่าปตท.ซึ่งเป็นบริษัทที่ควบคุมโดยรัฐและมียอดขาย 2,793 ล้านบาท (93.7 พันล้านดอลล่าสหรัฐ) เมื่อปีที่แล้วอยู่ในสภาวะขยายตัวและมีการซื้อขายมากขึ้นในระยะเวลาหนึ่ง บริษัทนำมันดิบในเครือของปตท. อย่าง PTTEP ซึ่งจ่ายเงินให้บริษัทพลังงาน Cove Energy ในสหราชอาณาจักรจำนวน 1.9 พันลานดอลล่าสหรัฐเมื่อปีที่แล้ว ได้เพิ่มจำนวนเงินขึ้น 3 พันล้านดอลล่าสหรัฐผ่านทางการออกหุ้นใหม่เพื่อหาทุนให้กับการซื้อขายของบริษัท ในกรณีของน้ำมันกลั่นแล้ว ปตท.ได้เปิดตัวการศึกษาความเป็นไปได้ที่จะสร้างโรงกลั่นขนาดใหญ่ใหม่ในเมืองบินห์ดินห์ ประเทศเวียดนามด้วย
แหล่งข่าวในบริษัท Mercuria กล่าวว่ากลุ่มบริษัทเครดิตสวิส ซึ่งขณะนี้กำลังดำเนินการ “โครงการสีม่วงแดง” อันเป็นรหัสสำหรับกระบวนการยุทธศาสตร์การลงทุนบางส่วนในอนาคต ซึ่งยังไม่ได้ดำเนินการไปถึงระยะของบัญชีรายชื่อผู้ประมูลึ่งมีคุณสมบัติ หรือมีการส่งบันทึกข้อมูลสุดท้ายออกไป
อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวชาวไทยยืนยันว่าการเจรจาได้ดำเนินไปไกลเกินกว่าการพูดคุยเรื่องการคัดเลือกผู้ประมูลที่มีคุณสมบัติ โดยมีการวางแผนที่จะทำสัญญาภายในเดือนกันยายน โครงการดังกล่าวถูกผลักดันโดยนายดำรง ปิ่ณภูวดล (Dumrong Pinpuvadol) ซึ่งดำรงดำแหน่งรองประธานของแผนกธรุกิจระหว่างประเทศของปตท. โดยการสนับสนุนของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล ซึ่งคาดว่าจะเกษียณในปลายปีนี้
ความขัดแย้งสามารถอธิบายได้โดยกระบวนการคู่ขนานสองกระบวนการ โดยมันไม่ใช่เรื่องที่ไม่มีใครเคยได้ยินมาก่อนว่าผู้เหมาะสมจะเข้าร่วมในกระบวนการประมูลทางการ ในขณะเดียวกันกันก็ดำเนินการเจรจาต่อรองที่ไม่เป็นทางการเบื้องหลัง นักลงทุนนายธนาคารบอกนิตยสาร Energy Intelligence
การเจรจาต่อรองที่ไม่เป็นทางการนี่ปรากฎว่าทำให้เกิดความซับซ้อนโดยหน่วยงานภายในปตท. เอง โดยบุคลากรระดับสูงและกลุ่มผู้จัดการกล่าวหาว่าผู้อำนวยการสาขาในไทยของบริษัท Mercuria นายสตารี่ ลู (Starry Loo) ได้เข้าไปจัดตั้งวาระการพูดคุยภายในปตท.ผ่านทางสายสัมพันธ์อันน่าสงสัยกับนายพงษ์ศักดิ์ และนายหน้าทางอำนาจและอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ กลุ่มผู้วิจารณ์ระบุว่าข้อตกลงที่เสนอนี้เป็นไปเพื่อประโยชน์ของบริษัท Mercuria จำนวนมาก โดยไม่มีความแน่ชัดว่าปตท.จะได้ประโยชน์อะไรบ้าง
รายละเอียดเพิ่มเติมนี้ยังไม่มีน้ำหนัก แต่แหล่งข่าวไทยกังวลว่าบริษัท Mercuria กำลังหลอกล่อเพื่อจะควบคุมการตลาดของการส่งออกสินค้าน้ำมันปตท. ซึ่งพวกเขาคำนวนว่ามีจำนวนประมาณ 200,000 บาเรลส์ต่อวัน ในขณะที่บริษัท Mercuria ยังต้องการจัดหาสินค้าน้ำมันดิบให้กับโรงกลั่นน้ำมันปตท.อีกด้วย
ปตท.มีกรรมสิทธิ์หุ้นส่วนราว 34% ในโรงกลั่นน้ำมันห้าโรงซึ่งรวมแล้วมีความสามารถที่จะรองรับน้ำมันได้มากกว่า 900,000 บาเรลส์ต่อวันนิดหน่อย วัถุดิบตั้งต้นของปตท.ราว 500,000 บาเรลส์ต่อวันถูกส่งออก โดยกลุ่มผู้จัดการปตท.ประเมินค่าการจัดหาสำหรับ 6 ถึง 7 คลังสินค้าต่อเดือน หรือ 180,000-210,000 บาเรลส์ต่อวัน แหล่งข่าวบอกนิตยสาร Energy Intelligence

แฉกลโกงทุจริตรัฐบาลในปตท

เราคือกลุ่มนักกิจกรรมไทยนิรนามซึ่งต่อต้านคอรัปชั่น โดยกลุ่มเราได้ค้นพบเรื่องราวการทุรจริตในปตท.ซึ่งมีการจ่ายคนในรัฐบาลหลายพันล้านบาทเพื่อการันตีข้อตกลงทางธุรกิจซึ่งจะทำให้มีการสูญเสียภาษีประชาชนไทยหลายพันล้านบาท 

เรายังกังวลว่าข้อตกลงทางธุรกิจนี้จะนำไปสู่การผูกขาดการนำเข้าน้ำมันและทรัพยากรทางพลังงานอื่นๆ ซึ่งจะส่งผลให้คนไทยทั่วไปต้องจ่ายค่าน้ำมันเพิ่มสูงขึ้น บริษัท Mercuria ซึ่งเกี่ยวข้องกับการประกันข้อตกลงนี้ คือบริษัทต่างชาติและมีหนี้ถึง 40 พันล้านบาท โดยปตท. จะต้องจ่ายเงินภาษีคนไทยหลายพันล้านบาทเพื่อซื้อหุ้นอันมหาศาลในบริษัท Mercuria นั้นหมายความว่าคนไทยจะต้องเป็นผู้ชดใช้หนี้ก้อนโตให้กับบริษัทดังกล่าว 


เรากำลังรวบรวมข้อมูลและในหลายอาทิตย์ต่อจากนี้ เราจะเปิดเผยข้อมูลทุกอย่างที่เรามีเพื่อแฉกลโกงและยับยั้งการทุจริตในการทำข้อตกลงทางธุรกิจระหว่างปตท.และบริษัท Mercuria 


เราขอให้เพื่อนพี่น้องของเราจากกลุ่มหน้ากากขาวสนับสนุนเรียกร้องถามหาความรับผิดชอบจากกรณีนี้ ขอให้ทุกท่านคลิ๊ก "LIKE" เพื่อสนับสนุนเรา และจำไว้ว่าเราคือคนส่วนมาก ส่วนพวกเขาคือกลุ่มกลุ่มน้อย เราจะต้องยับยั้งการทุจริตนี้ให้ได้.

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมอ่านได้ที่ (LINK)