Friday, August 16, 2013

คนที่ทำน้ำมันรั่วและผู้สนับสนุนข้อตกลง Mercuria: นายบวร วงศ์สินอุดม


เป็นเวลาสองอาทิตย์นับตั้งแต่มีเหตุการณ์สองเหตุการณ์ที่สร้างความสะเทือนขวัญให้กับปตท. เหตุการ์แรกเป็นข่าวหน้าหนึ่งคือการรั่วของท่อส่งน้ำมันในอ่าวไทยของบริษัทพีทีที โกลบอล เคมิคอล ซึ่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ นายบวร วงศ์สินอุดม จัดการกับปัญหาได้อย่างเลวร้ายมาก โดยปฏิเสธว่าหาดที่เกาะเสม็ดได้รับผลกระทบแม้ว่าชายหาดแหล่งท่องเที่ยวจะเริ่มมีคราบน้ำมันก็ตาม

แต่นายบวรและกลุ่มมาเฟีย Mercuria ผู้ฉาวโฉ่ต้องตกใจกับอีกเหตุการณ์ โดยในวันที่ 29 กรกฎาคม กลุ่มพลเมืองผู้กังวลเกี่ยวกับปตท.ได้ประท้วงด้านหน้าที่ทำการใหญ่ปตท.ในกทม. กลุ่มผู้ชุมนุมโจมตีบุคคลสำคัญสองคนที่อยู่เบื้องหลังข้อตกลงปตท.-Mercuria นั้นคือนายดำรงค์ ปิ่นภูวดลและนาย Starry Loo และมีข่าวว่าทั้งสองแสดงท่าทีตอบโต้การกับประท้วงครั้งนี้อย่างรุนแรง แม้จะมีการพูดถึงการประท้วงครั้งนี้น้อยมากในสื่อกระแสหลัก แต่มีการพูดถึงเรื่องนี้อย่างมากภายในองค์กรปตท.เอง และนายดำรงค์รับรู้แล้วว่าตำแหน่งของเขาถูกท้าทาย กลุ่มคนในปตท.ที่ยังคงพยายามจะผลักดันข้อตกลงที่อาจมีการคอรัปชั่นนี้ควรตระหนักว่า การประท้วงจะดำเนินต่อไป และกลุ่มคนที่เกี่ยวข้องจะถูกเปิดโปง

แต่เราควรต้องให้ความสนใจกรรมการผู้จัดการใหญ่ นายบวร วงศ์สินอุดม ด้วยเช่นกัน ไม่ใช่เพียงเพราะความไร้ประสิทธิภาพของเขาคือภัยต่อสิ่งแวดล้อมไทย แต่ความไร้ซึ่งความสามารถของเขายัง “เป็นพิษ” ต่อกิจการด้านเศรษฐกิจของประเทศไทย เนื่องจากเขายังเป็นคนสำคัญที่สนับสนุนข้อตกลง Mercuria  ตามที่เราย้ำมาเสมอ ข้อตกลง Mercuria จะเป็นประโยชน์ต่อคนกลุ่มหนึ่งที่อยู่เบื้องหลังข้อตกลงนี้เท่านั้น และไม่เป็นประโยชน์ต่อคนไทยทั่วไปแต่อย่างใด ชัดเจนว่าปตท.บริหารงานด้วยวัตถุประสงค์ที่จะทำให้กลุ่มผู้บริหารกลุ่มเล็กในปตท.ร่ำรวยขึ้มาเท่านั้น ข้อตกลง Mercuria จะทำให้มีการผูกขาดสินค้าน้ำมันสำหรับคนไทยและปตท. ประชาชนไทยซึ่งเป็นผู้หุ้นส่วนใหญ่จะต้องซื้อภาระหนี้ของ Mercuria หลายพันล้านดอลล่าสหรัฐ

กลุ่มมาเฟีย Mercuria จะต้องถูกยับยั้ง ร่วมถึงท่อส่งน้ำมันในอ่าวไทยจะต้องถูกปิดด้วย และผู้บริหารปตท.จะต้องถอดถอนนายบวรอาจเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ โปรดช่วยกันเผยแพร่บทความนี้

โปรคคลิ๊ก LIKE เฟคบุ๊คเพจของเราที่ https://www.facebook.com/pages/V-Against-Thai-Corruption-เปิดโปงทุริตปตท/550044948370235

Monday, July 29, 2013

แถลงข่าว: ชุมนุมประท้วงเรียกร้องให้สอบสวนข้อตกลงระหว่างปตท.และบริษัทสวิส Mercuria


วันนี้กลุ่มประชาชนซึ่งกังวลเกี่ยวกับข้อตกลงระหว่างปตท.และบริษัท Mercuria ได้จัดการชุมนุมที่หน้าสำนักงานใหญ่ปตท.ในกรุงเทพฯเพื่อประท้วงข้อตกลงดังกล่าว


เราเชื่อว่าข้อตกลงระหว่างปตท.และบริษัท Mercuria เป็นสิ่งที่น่าสงสัยและอาจจะมีการทุจริตคอรัปชั่นเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย บุคคลสำคัญในปตท.ที่อยู่เบื้องหลังข้อตกลงนี้คือนายดำรงค์ ปิ่นภูวดล ซึ่งเป็นบุคคลที่คนในปตท.บางคนมองว่าไม่มีคุณสมบัติเพียงพอที่จะดำรงตำแหน่งปัจจุบันและเป็นคนที่ถูกหลายคนตั้งคำถามในเรื่องร้ายแรง
การชุมนุมของเราวันนี้เป็นการเรียกร้องให้ถอดถอนนายดำรงค์ออกจากตำแหน่ง และเราขอเน้นย้ำข้อเรียกร้องดังกล่าว โดยอย่างน้อยที่สุดเจ้าหน้าไทยซึ่งมีหน้าที่ปราบปรามการคอรัปชั่นต้องเข้ามาสอบสวนนายดำรงค์และข้อตกลงระหว่างปตท.และบริษัท Mercuria  อย่างทันทีและเต็มที่ เพราะปตท.เป็นองค์ใหญ่ขนาดใหญ่และเป็นทรัพย์สมบัติของชาติซึ่งสำคัญเกินกว่าที่จะปล่อยให้หลุดไปอยู่ในมือของกลุ่มบุคคลที่ไร้ประสิทธิภาพและเพียงต้องการกอบโกยผลประโยชน์ส่วนตัว

การขึ้นราคาน้ำมันล่าสุดซึ่งไม่สามารถอธิบายได้ ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของคนไทยทั่วไป ซึ่งเกิดจากการทำงานที่ขาดประสิทธิภาพของปตท.อย่างใหญ่หลวง นอกจากนี้ การรั่วของน้ำมันดิบในอ่าวไทยครั้งล่าสุดแสดงให้เห็นว่าการไม่รับผิดของปตท.สร้างผลลัพท์ที่เสียหายอย่างไม่เคยมีมาก่อน
 ข้อตกลงของปตท.และบริษัท Mercuria - บริษัทที่มีหนี้สินหลายพันล้านดอลล่าสหรัฐ และยังมีสายสัมพันธ์กับบริษัทอุตสาหกรรมที่ทุจริตคอรัปชั่นของไนจีเรีย คือข้อตกลงที่ดูเหมือนจะไม่มีประโยชน์ใดต่อคนไทยเลย แล้วทำไมปตท.ถึงยังเดินหน้าผลักดันข้อตกลงนี้?
เป็นไปได้หรือไม่ที่กลุ่มบุคคลในปตท.กลุ่มหนึ่งที่พยายามจะผลักดันข้อตกลงนี้ได้รับประโยชน์และเงินทองมหาศาลตอบแทนจากข้อตกลงนี้?
เราต้องการให้เจ้าหน้าที่รัฐและสื่อมวลชนไทยตั้งคำถามแบบนี้ ในกรณีข้อตกลงระหว่างปตท.และบริษัท Mercuria รวมถึงสอบสวนการเจรจาระหว่างนายดำรงค์และตัวแทนบริษัท Mercuria ในประเทศไทย นายสตาร์รี่ ลู (Starry Loo หรือ CP Loo) ด้วย
เพราะการสอบสวนจะทำให้ความจริงถูกเปิดเผย และยังทำให้คนไทยรู้สึกมั่นใจว่าปตท.ซึ่งเป็นทรัพย์สินอันมีค่าของชาติจะปฏิบัติตนโดยชอบด้วยกฎหมายและรับผิดชอบ โดยไม่ตอบรับข้อตกลงที่จะทำให้บริษัทต่างชาติซึ่งมีประวัติน่าสงสัยอย่าง Mercuria เข้ามาผูกขาดปตท.
**ชมวิดีโอคลิปการประท้วงได้ที่นี่  **

Sunday, July 21, 2013

ผู้บริหารปตท.บางรายทำราคาน้ำมันขึ้น??


วันอาทิตย์ที่ 21 กรกฎาคมนี้ เราได้เข้าร่วมการชุมนุมของกลุ่มหน้ากากขาวที่เซ็นทรัลเวิร์ล และแจกใบปลิวเพื่อย้ำถึงความไม่ชอบมาพากลของข้อตกลงระหว่างปตท.และบริษัทสวิส Mercuria ใบปลิวได้ลงรูปของบุคคลที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นแรงขับเคลื่อนหลักเพื่อผลักดันข้อตกลงนี้ในปตท. บุคคลนั้นคือนายดำรงค์ ปิ่นภูวดล

เราจะผลักดันเรื่องนี้เพื่ออยากให้ประชาชนหันมาสนใจเรื่องราคาน้ำมันที่สูงขึ้น รวมถึงข้อตกลงที่น่าสงสัยของปตท.ที่จะทำกับบริษัทที่มีหนี้มหาศาลอย่าง Mercuria การผูกขาดจากข้อตกลงนี้อาจจะส่งผลทำให้ราคาน้ำมันเพิ่มสูงขึ้น การผูกขาดนี้ได้เริ่มขึ้นแล้ว และเมื่อไม่นานมานี้ได้ส่งผลทำให้ราคาน้ำมันเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก และจะนำไปสู่ภาวะข้าวยากหมากแพงในประเทศไทย
 เราขอเรียกร้องให้รัฐบาลสอบสวนข้อตกลงระหว่างปตท.และบริษัท Mercuria อย่างจริงจัง และสอบสวนนายดำรงค์ เพื่อยับยั้งไม่ให้คนไทยต้องตกเป็นเหยื่อของการผูกขาดที่สร้างผลกำไรให้กับคนกลุ่มหนึ่งในสังคมเท่านั้น 
ช่วยกันสนับสนุนแคมเปญเราด้วยการคลิ๊ก LIKE และแชร์เฟคบุ๊คของเราด้วยค่ะ 

Wednesday, July 10, 2013

ราคาน้ำมันขึ้นอีกวันนี้ และหากปตท.ซื้อหนี้Mercuria คนไทยคนหนึ่งอาจต้องใช้เวลา 32,000 ปีเพื่อจ่ายหนี้


ในขณะที่ราคาน้ำมันขึ้นสูงขึ้นอย่างมากอีกครั้งในประเทศไทย ราคาใหม่ของน้ำมันเบนซิล 95 คือ 47.45บาทต่อลิตร ซึ่งราคาเกือบจะเท่ากับราคาน้ำมันที่ประเทศในยุโรป เราจึงต้องมองเรื่องข้อตกลงของปตท.และบริษัท Mercuria อย่างถี่ถ้วน
มีรายงานว่า บริษัท Mercuria มีหนี้สิน 42 พันล้านบาท ซึ่งเป็นจำนวนมหาศาลและเท่ากับเงินงบประมาณสาธารณสุขไทย 5 เดือน หรือหมายความว่าคนไทยคนหนึ่งต้องทำงานในค่าจ้าง 300 บาทต่อวันเป็นเวลา 32,000 ปีเพื่อชดใช้หนี้นี้

ก่อนที่ปตท.กำลังจะซื้อหนี้ของบริษัท Mercuria ซึ่งเป็นหนี้ที่เกิดขึ้นจากการทำธุรกิจแบบคอรัปชั่นของบริษัทสัญชาติสวิสในประเทศไนจีเรีย ปตท.ได้ใช้ความพยายามมากแค่ไหนในการรับรองว่าบริษัท Mercuriaจะได้รับการจ่ายคืนหนี้จากไนจีเรีย?
ตามที่เรากล่าวก่อนหน้านี้ในบทความเรื่องหนี้สินของบริษัท Mercuria ซึ่งเป็นหนี้สินที่ไม่ได้รับการรับรองจากเจ้าหน้าที่รัฐไนจีเรีย เพราะบริษัท Mercuria ถูกมองว่าไม่ได้ทำสัญญาอย่างสมบูรณ์กับไนจีเรีย นอกจากนี้ยังมีประเด็นทางกฎหมายที่บริษัท Mercuria เคยถูกฟ้องร้องในอดีตที่ไนจีเรีย และมันอาจจะเป็นว่าปตท.และคนไทยอาจจะไม่ได้เงินคืนหากมีการเซ็นสัญญาลงทุนนี้
ดังนั้นหากข้อตกลงซื้อหุ้นบริษัท Mercuria ของปตท.เกิดขึ้น บริษัท Mercuria จะเข้ามาผูกขาดปตท.อย่างช้าๆ ในการนำเข้าน้ำมันดิบ และการส่งออกสินค้าที่ได้จากน้ำมันดิบ
ตามที่เราเตือนไปก่อนหน้านี้ว่า ข้อตกลงนี้จะทำให้ราคาน้ำมันสูงขึ้น ซึ่เงป็นสิ่งที่คนไทยก็เห็นกันอยู่แล้วในปัจจุบัน
เราขอเรียกร้องให้คนไทยทุกคนประท้วงต่อต้านข้อตกลงระหว่างปตท.และบริษัท Mercuria เพื่อหยุดการคอรัปชั่นหนึ่งในทรัพยากรที่สำคัญของชาติ
ช่วยกันยับยั้งกลุ่มมาเฟีย Mercuria เพื่อหยุดการคอรัปชั่น

Thursday, July 4, 2013

ทำไมปตท.ถึงต้องการซื้อหนี้บริษัท Mercuria ซึ่งมีประวัติการคอร์รัปชั่น


ตามที่เราระบุไปก่อนหน้านี้ว่าปตท.ใกล้ที่จะตอบรับข้อตกลงทำสัญญากับบริษัทผู้ค้าน้ำที่เกือบล้มละลาย Mercuria ซึ่งมีหนี้สินกว่า 40 ล้านบาท โดยข้อตกลงนี้เกี่ยวข้องกับการที่ปตท.จะใช้ภาษีประชาชนไทยซื้อหนี้ก้อนโตและยังให้บริษัท Mercuria เข้ามาผูกขาดการนำเข้า/ส่งออกสินค้าน้ำมัน อันจะส่งผลทำให้คนไทยทั่วไปต้องบริโภคน้ำมันในราคาที่แพงขึ้น
การทำความเข้าใจว่าบริษัท Mercuria ทำงานโดยวิธีการที่ไม่สุจริตอย่างไร เรามาอ่านเรื่องราวการทำธุรกิจของบริษัทนี้ในไนจีเรีย


ปัจจุบัน หนึ่งใน “ผู้สนับสนุน” หลักของบริษัท Mercuria ในไนจีเรียคือนาย Laoye Abiola บุตรชายของผู้บังคับบัญชาการ Moshood Abiola กับหนึ่งในภรรยาของเขาหลายคน นาย Laoye พัวพันกับการทุจริตในธุรกิจน้ำมันอันอื้อฉาวของไนจีเรียตั้งแต่ปี 2545 เขาได้รับผลประโยชน์ส่วนตัวจากการทุจริตนี้ โดยมีการสืบทราบมาว่านาย Laoye มีอสังหาริมทรัพย์มูลค่ามหาศาลในอังกฤษ
ตอนนี้ลูกจ้างบริษัท Mercuria นาย Laoye ใช้เวลาส่วนใหญ่ในเจนีวา ที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของบริษัท Mercuria แต่กระนั้นเขายังคงจับตามองธุรกิจของเขาที่บ้านเกิดในไนจีเรียอย่างใกล้ชิด มีการสันนิษฐานว่าความสัมพันธ์ของนาย Laoye และบริษัท Mercuria เริ่มต้นขึ้นในปี 2550  เมื่อการทำธุรกิจค้าขายน้ำมันส่วนตัวของนาย Laoye เริ่มมีการเชื่อมต่อกันระหว่างผลประโยชน์ของบริษัท Mercuria และไนจีเรีย
นับแต่นั้นเป็นต้นมา บริษัท Mercuria เข้าไปเกี่ยวพันและถูกสอบสวนกรณีเรื่องการทำสัญญาที่ไม่ชอบมาพากลหลายครั้ง ซึ่ง “คณะกรรมการคดีอาญาทางเศรษฐกิจและการเงิน” (EFCC) ของไนจีเรียได้ให้ความสนใจ ประเด็นที่น่าจับตามมองในหลายข้อกล่าวหานี้คือการปลอมแปลงเอกสาร “ใบตราส่งสินค้า” (Bills of Lading) กรณีระหว่างบริษัท Mercuria และบริษัทน้ำเข้าสินค้าไนจีเรีย Oanda โดยบริษัท Oanda ถูกระงับมิให้ทำการค้าในไนจีเรียเมื่อพบว่าคาร์โก้สินค้าน้ำมันที่เขาซื้อมาจากบริษัท Mercuria นั้นมีปริมาณเอทานอลที่สูงเกินกำหนด (ทำให้คุณภาพของน้ำมันต่ำลงและเพิ่มกำไรให้บริษัทผู้ค้า) บริษัท Oanda กล่าวโทษบริษัท Mercuria ว่าทำผิดสัญญา
ชัดเจนว่าความสัมพันธ์ทางธุรกิจระหว่างบริษัท Mercuria และไนจีเรีย เป็นเรื่องที่เราต้องตั้งคำถาม เนื่องจากการทำธุรกิจของพวกเขามีความน่าเคลือบแคลงอย่างมากในกรณีทุจริตคอร์รัปชั่น
ไม่เพียงแต่ประชาชนไทยเท่านั้นที่ต้องจ่ายค่าหนี้สินของบริษัท Mercuria แต่พวกเขายังต้องเข้าไปแบกรับข้อกล่าวหาเรื่องคอร์รัปชั่นของบริษัท Mercuria อีกด้วย
ข้อตกลงระหว่างบริษัท Mercuria และปตท.ต้องได้รับการตรวจสอบจากรัฐบาล และเราขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์เริ่มดำเนินการสอบสวนเรื่องนี้ทันที